ปั๊มไฮดรอลิก “เริ่มเสีย” มักไม่พังทีเดียว
ปั๊มไฮดรอลิกในเครื่องจักรกลหนักทำหน้าที่สร้าง “แรงดัน + อัตราการไหล” ให้ระบบ อาการพังหนักส่วนใหญ่เกิดจาก น้ำมันสกปรก, อากาศเข้าระบบ, ความร้อนสูง, แรงดันตั้งไม่ถูก หรือ ชิ้นส่วนในปั๊มสึก ถ้าคุณจับสัญญาณตั้งแต่ต้น จะประหยัดค่าซ่อมหลักหมื่น–หลักแสนได้เลย
หลักช่างจำง่าย: ปั๊มเสีย = “แรงดันตก / ไหลไม่พอ / ร้อนผิดปกติ / เสียงแปลก”
รู้ก่อน: ปั๊มไฮดรอลิกมีกี่แบบ (แบบที่เจอบ่อยในรถขุด)
- ปั๊มเฟือง (Gear Pump): โครงสร้างง่าย ทน แต่แรงดัน/ประสิทธิภาพจำกัด (พบในบางระบบเสริม)
- ปั๊มใบพัด (Vane Pump): เดินเรียบ แต่แพ้อากาศ/น้ำมันสกปรก (พบในบางงานอุตสาหกรรม)
- ปั๊มลูกสูบ (Piston Pump - Axial): ตัวหลักของรถขุดยุคใหม่ ประสิทธิภาพสูง ปรับอัตราการไหลได้
อาการเตือนที่ต้องรีบตรวจ (ก่อนเสียหนัก)
| อาการที่เห็น | แนวโน้มสาเหตุ | สิ่งที่ควรทำทันที |
|---|---|---|
| แขน/บูมยกช้า อืด โดยเฉพาะตอนร้อน | แรงดันตก ปั๊มสึก วาล์วรั่ว น้ำมันเสื่อม/ร้อน | เช็คอุณหภูมิ-ระดับน้ำมัน วัดแรงดันระบบ |
| มีเสียงหอน/ครางจากปั๊ม (ดังขึ้นตามรอบ) | อากาศเข้าระบบ (cavitation) ไส้กรองตัน ท่อดูดรั่ว | เช็คท่อดูด-แคลมป์-โอริง เปลี่ยนไส้กรอง |
| ไฮดรอลิกร้อนผิดปกติ กลิ่นไหม้ | น้ำมันเสื่อม ระบายความร้อนไม่ดี วาล์วบายพาสค้าง | เช็คคูลเลอร์/พัดลม/ครีบอุดตัน ตรวจความหนืดน้ำมัน |
| อาการกระตุก/สั่น เวลาเดินกระบอก | อากาศในระบบ น้ำมันปนฟอง วาล์ว/เซอร์โวควบคุมมีปัญหา | ไล่อากาศ เช็คการดูดอากาศเข้าระบบ |
| มีเศษโลหะในไส้กรอง/แม่เหล็ก | ชิ้นส่วนภายในสึกหรอ เริ่ม “กินกัน” | หยุดใช้งานหนัก ตรวจหาต้นเหตุทันที |
ขั้นตอนตรวจเช็คปั๊มไฮดรอลิกเบื้องต้น (ทำได้ที่หน้างาน)
-
เช็คน้ำมันไฮดรอลิกก่อน
ดูระดับที่เกจ/กระจกตา (ตอนเครื่องอยู่สภาพที่คู่มือกำหนด) และดูสีน้ำมัน: ถ้าดำหรือมีกลิ่นไหม้หรือขุ่นเหมือนนม(มีน้ำปน) = เสี่ยงสูง -
เปิดฝาถังแบบระวัง แล้วดูฟอง/อากาศ
ถ้าเห็นน้ำมัน “มีฟองละเอียด” หรือฟองเยอะตลอดเวลา = มีโอกาส อากาศเข้าทางท่อดูด/โอริง/แคลมป์ -
ฟังเสียงปั๊มตอนรอบเดินเบา และตอนใช้งาน
เสียงหอน/ครางที่ดังขึ้นตามรอบ และเริ่มดังชัดตอนใช้งานหนัก มักสัมพันธ์กับ ไส้กรองตัน หรือ การดูดอากาศ -
เช็คไส้กรองไฮดรอลิก + ไส้กรองดูด/ตะแกรง
ไส้กรองตันทำให้ปั๊มดูดไม่ทัน เกิด cavitation (โพรงอากาศกัดโลหะ) เป็นสาเหตุ “ปั๊มพังเร็ว” -
วัดอุณหภูมิน้ำมัน/ระบบ
ถ้ามีเทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรด ให้ยิงที่ท่อกลับ/ถัง/คูลเลอร์เทียบกัน ถ้าร้อนขึ้นเร็วผิดปกติทั้งระบบ = ต้องหาสาเหตุเรื่อง วาล์วรั่ว/แรงดันค้าง/คูลเลอร์ไม่ทำงาน -
ทดสอบอาการ “แรงตกตอนร้อน”
ลองทำงานเดิมตอนเครื่องเย็นและตอนเครื่องร้อน: ถ้าเย็นแรงดี แต่ร้อนแล้วอืดมาก = มักเป็น การรั่วภายในเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ
ถ้าจะ “วัดให้ชัวร์” ต้องดูค่าอะไร (แบบช่างมืออาชีพ)
ถ้าหน้างานมีเกจวัดแรงดัน/จุดทดสอบ (Test Port) จะช่วยแยกว่าเป็น “ปั๊ม” หรือ “วาล์ว/กระบอก” ได้เร็วมาก โดยหลักให้ดู 2 อย่าง:
- แรงดันสูงสุด (Relief Pressure): ได้ตามสเปกหรือไม่
- แรงดัน/อัตราการไหลขณะทำงาน: มีตกผิดปกติหรือไม่ (โดยเฉพาะตอนร้อน)
ทิปช่าง: แรงดันไม่ถึง “ไม่ได้แปลว่าปั๊มพังเสมอ” บางทีเป็นที่วาล์วลิมิต/รีลีฟตั้งผิด,
โซลินอยด์/เซนเซอร์ทำงานไม่ครบ หรือมีรั่วในวงจรอื่น
จุดที่ทำให้ปั๊มพังเร็ว (และคนมักมองข้าม)
- ไส้กรองไม่เปลี่ยนตามชั่วโมง → น้ำมันสกปรกกัดผิวชิ้นส่วนในปั๊ม
- ท่อดูด/แคลมป์/โอริงรั่ว → อากาศเข้าระบบ เกิด cavitation
- ใช้น้ำมันผิดเกรด/ผสมมั่ว → ความหนืดไม่เหมาะ ปั๊มสึกเร็วและร้อน
- คูลเลอร์อุดตัน → อุณหภูมิสูงทำให้น้ำมันบางลง รั่วในปั๊มเพิ่มขึ้น
- ทำงานหนักต่อเนื่องโดยไม่พัก → ความร้อนสะสม วาล์ว/ซีลเสื่อมไว
ห้ามฝืนใช้งานถ้าเจอ 3 อย่างนี้:
- เสียงหอนดังจัด + เครื่องอืดลงชัดเจน
- น้ำมันร้อนจัด มีกลิ่นไหม้ หรือมีควัน
- พบเศษโลหะในไส้กรอง/ปลั๊กแม่เหล็ก
เช็กลิสต์ดูแลปั๊มให้ทน (ทำตามนี้โอกาสเสียหนักลดลงมาก)
เปลี่ยนไส้กรองตามชั่วโมง/สภาพงานฝุ่น
น้ำมันถูกเกรดไม่ผสมมั่ว ลดความร้อน
ล้างคูลเลอร์ครีบไม่ตัน พัดลมทำงาน
เช็คการรั่วท่อดูด-โอริง-แคลมป์


















รถยนต์
ตัวแทนสินเชื่อยานพาหนะ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพยานพาหนะ
ช่างซ่อมยานพาหนะ
ตัวแทนประกันภัยยานพาหนะ
บริการให้เช่ายานพาหนะ
บริการล้าง/ทำความสะอาดยานพาหนะ
บริการสอนขับยานพาหนะ
บริการขับยานพาหนะส่วนบุคคล
บริการขนส่ง & ขนย้ายสินค้า
บริการติดตั้ง GPS
บริการขนส่งนักท่องเที่ยว
บริการรถยก & ลากจูง
ช่างกุญแจยานพาหนะ
















